1 2 3 4
ดูหนังออนไลน์ใหม่ ดูหนังฟรี iPhone iPad iOS Android หนังต่างประเทศ หนังจีน พากษ์ไทย

หนังประวัติศาสตร์ History – 2019

หนังประวัติศาสตร์ เป็นหนังที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างปฎิเสธไม่ได้ เพราะมี เอกลักษณ์ โดดเด่น ที่สำคัญตามภูมิภาคของถิ่นนั้น ประวัติศาสตร์ หรือเรียกอีกอย่างว่า ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ถูกสร้างมาโดย อิงเนื้อหา อิงข้อมูลจากประวัติศาสตร์จริง และเพื่อให้ผู้ชมอินกับอรรถรสโดยมีการดัดแปลง เสริมแต่งเรื่องราวให้มีสีสันเข้ากับฉากที่สมจริง สมจัง คำว่าประวัติศาสตร์นั้นมีผู้ชนชาติ ดังนั้นจึงมีหนังที่เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่น หนัง ประวัติศาสตร์ไทย เรื่อง พระนเรศวรมหาราช ( สงครามยุทธหัตถี ), สุริโยไท หรือจะเป็น ประวัติศาสตร์ จีน เรื่อง ซูสีไทเฮา , The Opium War ( ฉินเซี๊ยะ, 1997 ) หรือจะเป็น ประวัติศาสตร์ยุโรป เช่น Full Metal Jacket ( 1987 ) , Saving Private Ryan ( 1998 ) หนังอิงประวัติศาสตร์ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของแต่ละภูมิภาค เพื่อเป็นการนำเสนอ และประชาสัมพันธ์ให้แก่คนรุ่นหลังรู้ว่า ประวัติศาสตร์ของแต่ละชนนั้นเป็นเช่นไร หากคุณยังไม่เคยลองสัมผัส หนัง หรือ ภาพยนต์ ประเภทนี้ เข้ามาที่นี่ แล้วคุณจะรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

ดู 10 อันดับหนังเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี

คอหนังประวัติศาสตร์และดราม่าคงอินจัดกันน่าดูถ้าหาก 10 หนังที่ชวนมาดูวันนี้ ทำให้เราดำดิ่งสู่อารมณ์และมโนสำนึกของตัวเองได้อย่างถึงพริกถึงขิง หนังประวัติศาสตร์ไทยเต็มเรื่อง ก็ทำได้ถึงใจในจุดนี้ ยิ่งตอนนี้หนังประวัติศาสตร์จีน พากย์ไทย, หนังประวัติศาสตร์เกาหลี หรือแม้แต่หนังประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเอง ต่างก็มีความเข้มข้นของบทและสถานที่ ที่ดูจับต้องได้มากขึ้น ทำให้คนดูเหมือนกับได้ไปเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์จริง อีกทั้งเสียงและเอฟเฟกต์ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างทันสมัย ทำให้เต็มอิ่มกับอรรถรสของหนังประวัติศาสตร์ น่าดูแบบเต็มเรื่อง
แต่ประเด็นวันนี้ที่จะชูเรื่องขึ้นมาก็คือ “ความเป็นมนุษย์ ” ที่ในตัวละครแต่ละตัวจะมีทั้งด้านดีและชั่วในตัวเองของหนังประวัติศาสตร์สากลและหนังประวัติศาสตร์ยุโรปที่ในตอนนี้เส้นเรื่องและการดำเนินบทที่เผยให้เห็นคววามเป็นมนุษย์ และตีแผ่ความเป็นจริงของสังคมที่โหดร้ายและสวยงาม เป็นกระแสของการดูหนังประวัติศาสตร์ที่กำลังมาแรงมากในปี 2019-2020 นี้

1917 (2020)

หากชอบดูหนังประวัติศาสตร์ไทย น่าดูแนวสงครามและดราม่าสไตล์หนังอิงประวัติศาสตร์ไทยเข้มข้นอย่างเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและบางระจัน ก็คงจะชอบหนังอิงประวัติศาสตร์เรื่อง 1917 นี้ที่ได้รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์ดราม่าด้วย เพราะนอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้นเข้าถึงอารมณ์แล้วยังเป็นหนังประวัติศาสตร์ยุโรปที่ถ่ายแบบ Long take เกือบทั้งเรื่องอีกด้วย ซึ่งสามารถกระตุ้นอารมณ์อันหนักอึ้งในจิตใจของคนดูได้มาก ทำให้เป็นหนังประวัติศาสตร์ น่าดูมาก เพราะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าของนายทหารตัวจริงที่ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งถูกถ่ายทอดโดยผู้กำกับ Sam Mendes โดยในระยะเวลวต่อมาไม่นานที่หนังเข้าโรงหนังหนังอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ ก็ได้เข้าชิงถึง 10 รางวัลออสการ์ และได้คว้า 2 รางวัลลูกโลกทองคำมาการันตีความดีงามของหนังได้อย่างไร้ข้อกังขา

1917 เป็นหนังอิงประวัติศาสตร์แนวสงครามที่เล่าเรื่องต่างออกไปจากเรื่องอื่นๆ คือแทนที่จะพูดถึงการรบของ 2 ฝ่าย หรือมิตรภาพอันน่าซึ้งใจของสหายร่วมรบ แต่กลับกล่าวถึงการ “ยุติการรบ” ผ่านภารกิจของ เบลก (ดีน ชาร์ลส์-แชปแมน) และ สกอฟิลด์ (จอห์น แมคเคน) สองพลทหารที่ได้รับมอบหมายให้วิ่งฝ่าสมรภูมิรบอันดุเดือด เพื่อแจ้งข่าวให้กองทัพฝ่ายตัวเองที่ซ่อนอยู่อีกฝั่งหยุดการโจมตีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

Narcos Mexico ฉายทาง Netflix (2018-ปัจจุบัน)

Narcos Mexico เป็นซีรีส์ที่จะว่าเป็นหนังอิงประวัติศาสตร์ก็ไม่เชิง เส้นเรื่อง เล่าถึงการปราบปรามยาเสพย์ติดข้ามชาติที่เกิดขึ้นจริง เป็นยุคสมัยที่มีความซ้อนทับกันคือการขนส่งกัญชาข้ามชายแดนเม็กซิโกมายังสหรัฐ เหตุการณ์เกิดในสมัยรัฐบาล โรนัลด์ เรแกน อันมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองที่น่าสนใจและชวนเชื่อมโยงกับโลกความเป็นจริงในปัจจุบันเป็นอย่างมาก
เปิดเรื่องโดยเรื่องเล่าของ กิกิ กามาเรนา (ไมเคิล เพนยา) เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพย์ติดชั้นผู้น้อย (แบบยศต่ำจริงๆ ที่แทบไร้อำนาจใดในมือเลย) ที่จำต้องย้ายมาประจำเม็กซิโก กับการแบกภารกิจโค่น ฟีลิกซ์ กัลลาร์โด (ดิเอโก ลูนา) ผู้ไต่เต้าจากวงการสายเขียวในแม็กซิโกมาสู่เจ้าพ่อโคเคน
ข้อมูลเชิงสารคดีที่น่าสนใจได้เชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวที่หนังปรุงแต่งแบบอิงประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นอย่างดี เข้ากับประวัติศาสตร์การเมืองที่สหรัฐอเมริกาเคยมีเอี่ยวกับการคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ และขบวนการค้ายา

เหมาะกับคนที่ชื่นชอบหนังประวัติศาสตร์และคนที่ชอบหนังแนวลับสมองชิงดีชิงเด่น ทั้งระบบบริหาร ซ่อนแนวคิดเชิงปรัชญา และจบเรื่องด้วยการสะท้อนภาพของความเป็นจริงของมาเฟีย ทุกรายละเอียดของสภาพแวดล้อม และท่าทีของแต่ละตัวละคร จะทำให้คุณสะเทือนใจในแบบที่ “หน่วง” สุดๆ

Chernobyl (2019)

เป็นหนังหนังอิงประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลระดับโลกเยอะมากอย่างมินิซีรีส์ หรือภาพยนตร์ที่ทำเพื่อฉายทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยมและอีกหลายรางวัลเลยทีเดียว โดยแก่นของหนังอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ ได้ถ่ายทอดภาพความทรงจำที่น่าสะพรึงกลัวในอดีตยุค “สงครามนิวเคลียร์” ที่แม้แต่เราๆก็ยังจินตนาการไม่ออกเลยด้วยซ้ำ ดำเนินเรื่องด้วยตัวละครที่ต้องทำภาระกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสารกัมมันตรังสีและต้องรับมือกับผู้ขัดขวางภาระกิจเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
ถือว่าเป็นสุดยอดหนังอิงประวัติศาสตร์ที่ขยี้หัวใจไม่น้อย กับการขอความร่วมมือจากสิ่งยึดเหนี่ยวในใจของคนที่เรียกว่า “ความรักชาติและเพื่อนมนุษย์” เพื่อให้ได้อาสาสมัครที่ต้องไปปฏิบัติภาระกิจในเขตกัมมันตรังสีรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ถึงตายได้ โดยในตอนท้าย…จะมีประโยคที่ว่า “What is the cost of lies?” ดังก้องอยู่ในใจคุณอย่างแน่นอน …

Ford v Ferrari (2019)

หนังอิงประวัติศาสตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของการแข่งขันทางการตลาดและการขับเคลื่อนอันเป็นสุดยอดของนวัตกรรมยานยนต์แห่งยุคของ ฟอร์ด (Ford) และ เฟอร์รารี่ (Ferrari) ในการแข่งขันระดับโลกอย่างสนาม เลอม็องส์ (Le Mans) ในปี 1966 แห่งตำนาน
โดยฉากสำคัญของเรื่องคือการแข่งในสนาม “เดย์โทนา” ของอเมริกา กับ “เลอม็องส์” ของฝรั่งเศส ที่เผยในตอนท้ายเรื่อง แน่นอนว่าตวามน่าตื่นตาตื่นใจอยู่ที่ฉากสปีดขั้นเทพของนักแข่งที่เหยียบด้วยความเร็วกว่า 200 ไมล์ พร้อมกับตัดสลับการเข้าเกียร์ แตะเบรค รวมถึงการเข้าค็อกพิท และความทรหดของทีมงานที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด เพราะการแข่งเลอม็องส์นั้น กินระยะเวลายาวนานถึง 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทำให้ทั้งคนเบื้องหลังที่เป็นทีมซ่อมบำรุงทั้งหลายที่ต้องแอคทีฟกันสุดๆตลอด 24 ชั่วโมงด้วยเช่นกัน

Bombshell (2019)

จะเรียกว่าเป็นหนังอิงประวัติศาสตร์ก็เหมือนจะเป็นหนังประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบันซะมากกว่า เพราะหนังนั้นอิงจากเรื่องที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้เอง เพราะทุกคนคงได้ยินกระแส #MeToo กันมาบ้างในโลกโซเชียล ซึ่งกระแสนี้ ก็คือการที่เหล่าสตรีหลากหลายอาชีพทั่วโลก ได้ลุกขึ้นมาเปิดเผยเรื่องราวการถูก “ล่วงเกินทางเพศ” ทั้งแบบเล็กน้อย ไปจนถึงขั้นร้ายแรง เหล่านี้โดยเรื่องต่างเกิดขึ้นในที่ทำงานของพวกเธอเอง
จนได้เป็นจุดกำเนิดเรื่องราวของ สาวสวย 3 คน ที่ต้องร่วมมือกันแฉ!กระทำอันน่ารังเกียจนี้ให้ถึงที่สุด โดยสาวๆทั้งสามมีอาชีพเป็นพิธีกรและผู้ประกาศข่าว ได้แก่ “เมจิน เคลลี” (ชาร์ลิซ เธอรอน), “เกรตเชน คาร์ลสัน” (นิโคล คิดแมน), “เคย์ลา พอสพิซิล” (มาร์โก ร็อบบี้) ที่ถูกคุกคามทางเพศจาก “โรเจอร์ ไอล์ส” (จอห์น ลิธโกว์) ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างมากในวงการข่าว และยังเป็นถึงผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง “Fox News”

The Irishman (2019)

หนังได้เล่าถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของอเมริกาผ่านเรื่องราวของตัวละครได้ขนลุกดีทีเดียว เป็นหนังอิงประวัติศาสตร์ที่แต่งเรื่องขึ้นมาใหม่ได้อย่างมีอรรถรสมาก โดยเล่าถึงช่วงชีวิตอันยาวนานกว่า 50 ปีของ “แฟรงค์ ชีแรน” (โรเบิร์ต เดอ นีโร) จากอดีตคนขับรถบรรทุกส่งชิ้นส่วนของขาหลังวัวเพื่อนำไปทำสเต๊ก ที่ผันตัวเองมาสู่วงการมาเฟีย ผ่านการเชื้อเชิญด้วยเงื่อนไขที่น่าสนใจของ “รัสเซล บัฟฟาลิโน” (โจ เพสซี) ที่สร้างจุดเปลี่ยนจากคนขับรถมาเป็น “มือปืน” จนได้เลื่อนขั้นไปเป็น “ผู้ติดตาม” ของ “จิมมี ฮอฟฟา” (อัล ปาชิโน) เจ้าพ่อใหญ่แห่งสหภาพแรงงาน ที่ทำให้ชีวิตของ “แฟรงค์” ได้เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ในวงการมาเฟีย  โดยแก่นหลักที่ขับเคลื่อนเส้นเรื่องอันมีแนวทางที่ต่างออกไปจากหนังมาเฟียอื่นๆ คือ กลไกอำนาจที่มาพร้อมกับสายสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร เป็นหนังอิงประวัติศาสตร์แนวมาเฟียที่น่าดูสุดๆเลย

Richard Jewell (2019)

หนังอิงประวัติศาสตร์แนวดราม่าเรื่อง Richard Jewell นี้สร้างมาจากเรื่องจริงของบุคคลที่ชื่อ Richard Jewell เลย โดยมี Clint Eastwood เป็นผู้กำกับ ซึ่งได้ปูเรื่องมาว่า Richard Jewell เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่สนามกีฬา ในวันแข่งกีฬาเขาดันไปเจอระเบิดที่ถูกวางเอาไว้ จากนั้นเขาแจ้งตำรวจ และสามารถกู้ระเบิดได้ แต่เหตุการณ์กลับเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เข้าสู่โหมดดราม่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสื่อและ FBI มองว่า “Richard Jewell” นี่แหละที่เป็นมือวางระเบิด จัดฉากทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเป็นฮีโร่ เรียกได้ว่าเป็นหนังประวัติศาสตร์ น่าดูในแง่ของการสะท้อนหลายมุมมองที่เป็นนามธรรม ทั้งการตังคำถามจาก “ความซื่อสัตย์” รวมทั้งอิทธิพลของสื่อที่มีต่อความคิดเห็นของกระแสสังคม และการเล่าเรื่องแบบขมวดปมให้ชวนติดตามว่า จริงๆแล้วเหตุการณ์นี้…มันคืออะไรกันแน่

Dark Waters

หนังอิงประวัติศาสตร์ที่เล่าจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริง! ที่สะท้อนอะไรหลายๆอย่างของสังคม เช่น ประเด็นหลักของเรื่องที่พยายามสื่อสารออกมาว่า การทิ้งขยะสารเคมีลงไปในแหล่งน้ำจะมีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก ในแบบที่หลายๆคนในเรื่องอาจมองข้าม ผ่านการต่อสู้คดีและการสืบสาวความจริงของตัวเอก กับจุดร่วมของทุกๆคนที่นิยามมันว่า “การใช้ชีวิต” Dark Water คือหนังอิงประวัติศาสตร์ที่ชวนให้เราสะเทือนใจแบบหน่วงๆไปตลอดทั้งเรื่อง และค่อนข้างเดินเรื่องใกล้เคียงกับหนังแนวสารคดีเลยทีเดียว

Just Mercy (2019)

หนังอิงประวัติศาสตร์อีกเรื่องที่โด่งดังในระดับสากล กำกับโดย เดสติน แดเนียล เคร็ตตัน เข้าฉายครั้งแรกที่แคนนาดา กับอีกบทบาทหนึ่งอันน่าสนใจของ ไมเคิล บี จอร์แดน(Michael B. Jordan) ที่เป็นวายร้ายสุดเท่ห์ จาก Black panter ซึ่งต้อมยอมรับว่าในบ้านเรานั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นหนังนอกกระแสเลยก็ว่าได้
แต่กระนั้น Just Mercy กลับได้รับการวิจารณ์ในแง่ดีอย่างท่วมท้นทั้งด้านการเขียนบทและเส้นเรื่องที่อิงจากเหตุการณ์จริงในปี 1989 ที่ดำเนินเรื่องโดย ไบรอัน สตีเวนสัน (Bryan Stevenson) นักศึกษาด้านกฎหมายที่เก่งกาจที่ต่อสู้เพื่อคนจน ผู้ไม่สามารถใช้ความรู้ในทางกฎหมายต่อสู้เพื่อความเหลื่อมล้ำในหลายๆด้านได้เลย ณ เมืองอลาบามา จุดเด่นของเรื่องคือตอนที่พบกับนักโทษประหาร “Johnny D. ” McMillian ชายชาวแอฟริกัน – อเมริกัน ซึ่งถูกตัดสินลงโทษในคดีฆาตกรรมหญิงผิวขาว รอนดามอร์ริสันเมื่อปี 2529 ที่ตัวเอกของเรื่อง ต้องพบกับจุดเปลี่ยนด้านความคิดและอุดมคติของตัวเอง และยืนหยัดต่อสู้เพื่อความหวังของประชาชนที่ไร้อำนาจทางกฎหมาย

The Lighthouse (2019)

The Lighthouse กำกับโดย โรเบิร์ต เอ็กเกอรส์ หนังอิงประวัติศาสตร์ที่สร้างมาจากเรื่องเล่าคลาสสิกของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจริงอันเลื่องชื่อ “The Smalls Lighthouse Tragedy” นั่นเอง
ในปี 1801 เป็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมตัวละครเอกมี 2 คนซึ่งต่างก็รับหน้าที่เดียวกันคือการดูแลประภาคาร ชายทั้งสองมีชื่อเดียวกันคือ “โทมัส” ด้วยความบังเอิญอย่างคาดไม่ถึง “โทมัส” ทั้งสองคนต้องติดอยู่ในประภาคารท่ามกลางพายุใหญ่ แล้วโทมัสคนหนึ่งก็ได้จบชีวิตลงโดยบังเอิญ จนทำให้อีกคนที่ยังอยู่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับศพ เพราะกลัวว่าถ้าโยนลงทะเลแล้วศพลอยไปกลางทะเลหรือติดที่เกาะใด จนคนจากเรืออื่นพบเข้า เขา…โทมัส ผู้ไร้พยานและหลักฐานใด จะต้องกลายเป็นอาชญากรในที่สุดโทสมัสผู้มีชีวิตจึงต้อง “ใช้ชีวิต” ร่วมกับศพและได้กลายเป็นบ้าในที่สุด
เนื้อหาของหนังอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ พิเศษตรงที่ สามารถสร้างความสับสนของคนดูได้ดีมาก ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง ต้องตีความจากหลายๆอย่างที่หนังสื่อออกมา ใครที่เป็นคอหนังแนวนี้ขอบอกว่าไม่ควรพลาด!